♦ หลักการเบื้องต้นของไฟเบอร์เลเซอร์ / Fiber Laser
Laser เป็นชื่อย่อมาจากคำเต็มว่า Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation
ในวงการการแปรรูปโลหะและงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ “ไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser)” ได้กลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่เข้ามาแทนที่เทคโนโลยีเดิมอย่าง CO2 เลเซอร์หรือพลาสม่าอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความแม่นยำ ความเร็ว และความคุ้มค่าในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการและวิศวกร การเข้าใจ หลักการเบื้องต้นของไฟเบอร์เลเซอร์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถเลือกใช้งานเครื่องจักรและปรับตั้งค่าการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
หลักการทำงานของไฟเบอร์เลเซอร์ / Fiber Laser
หลักการเบื้องต้นของไฟเบอร์เลเซอร์ คือการสร้างและขยายสัญญาณแสงเลเซอร์ภายในสายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) โดยมีกระบวนการทำงานหลัก 4 ขั้นตอน:
- การปั๊มพลังงานแสง (Optical Pumping): ไดโอดเลเซอร์ (Laser Diode) จะส่งแสงพลังงานสูงเข้าไปยังสายแก้วนำแสงแกนกลาง
- การกระตุ้นสารโดป (Doping Element Activation): สายใยแก้วชนิดพิเศษจะถูกโดป (Dope) ด้วยธาตุหายาก เช่น อิตเทอร์เบียม (Yb – Ytterbium) หรือ เออร์เบียม (Er – Erbium) เมื่อได้รับพลังงานแสง อะตอมของสารโดปจะถูกกระตุ้นให้ปลดปล่อยโฟตอน (Photon) ออกมา
- การขยายสัญญาณแสง (Amplification): โฟตอนที่เกิดขึ้นจะถูกสะท้อนกลับไปมาภายในแกนใยแก้วด้วย Fiber Bragg Grating (FBG) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนแสงในระบบเลเซอร์แบบเดิม ทำให้ความเข้มแสงเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ
- การปล่อยลำแสงเข้มข้น (Laser Beam Output): ลำแสงเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นเดี่ยว (โดยทั่วไปคือ 1,064 nm) และมีความหนาแน่นพลังงานสูงจะถูกส่งผ่านสาย Fiber Optic ตรงไปยังหัวตัดหรือหัวเชื่อมโดยตรง โดยไม่มีการสูญเสียพลังงานระหว่างทาง
Spontaneous emission
เมื่ออะตอมได้รับพลังงานจากภายนอก อิเล็กตรอนที่อยู่ในชั้นปกติหรือเรียกว่า Ground state จะถูกกระตุ้นทำให้มีระดับพลังงานที่มากขึ้นจนอิเล็กตอนไปอยู่ในชั้นพลังงานกระตุ้นหรือเรียกว่า Excited state แต่อิเล็กตรอนในชั้นพลังงาน Excited state นั้นไม่เสถียร ดังนั้นอิเล็กตรอนจะกลับมาสู่ Ground state และปล่อยพลังงานเท่ากับผลต่างของระดับพลังงานระหว่าง Excited state กับ Ground state พลังงานที่ถูกปล่อยในกระบวนการนี้จะอยู่ในรูปโฟตอนหรือแสง เรียกกระบวนการนี้ว่า กระบวนการปล่อยแสงแบบเกิดขึ้นเอง (Spontaneous emission)

Stimulated emission
แสงที่ปล่อยออกมาจากกระบวนการปล่อยแสงแบบเกิดขึ้นเองไปชนกับอะตอมอื่นๆที่อยู่ในสถานะ excited state ซึ่งไม่เสถียร ทำให้อิเล็กตรอนปลดปล่อยพลังงานในรูปแสงออกมาและกลับมาที่ Ground state กระบวนการเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอย่างต่อเนื่องกับอะตอมในสถานะ excited state จำนวนมาก โดยแสงที่ถูกปล่อยออกมาจะเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกัน เรียกว่า การปล่อยแสงแบบถูกเร่งเร้า (stimulated emission)

Population inversion
สิ่งสำคัญในระบบคือต้องการให้มีอิเล็กตรอนที่อยู่ในชั้นพลังงานexcited state จำนวนมาก เพราะจะทำให้เกิดการเปล่อยแสงแบบถูกเร่งเร้าในหลักการข้างต้น ซึ่งจะให้พลังงานที่มีความเข้มสูง ซึ่งทำได้โดยใช้ laser diodeในการกระตุ้นอิเล็กตรอนให้อยู่ในระดับชั้นพลังงานexcited stateให้มากกว่าอิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับชั้นพลังงานGround state ให้มากที่สุดเรียกว่า ประชากรผกผัน (population inversion)

Laser Amplification
การขยายพลังงานของเลเซอร์ เมื่อเกิด population inversion อิเล็กตรอนในชั้นพลังงานExcited stateจำนวนมากที่พร้อมจะปลดปล่อยพลังงาน จะทำให้เกิด stimulated emission ของทุกอิเล็กตรอน โดยแสงที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน ความถี่เท่ากัน มีเฟสตรงกัน สามารถทำให้เกิดการรวมคลื่นกันเรียกว่า การขยายสัญญานเลเซอร์(laser amplification) ทำให้ได้พลังงานที่เข้มข้นสูง

การทำงานของไฟเบอร์เลเซอร์ / Fiber Laser

ไฟเบอร์เลเซอร์ /Fiber laser ใช้แกนไฟเบอร์ที่เจือด้วยธาตุหายากเป็นสื่อขยายพลังงานของเลเซอร์ จากนั้นใช้Laser Diodes ปล่อยพลังงานกระตุ้นอิเล็กตรอนใน doped fiber จาก ground state ไปอยู่ในระดับ excited state ในระบบ โดยมี Laser Combinersในการรวมพลังงานของ Laser Diodes มี fiber Bragg grating ทำหน้าที่คล้ายกระจกที่สามารถสะท้อนพลังงานทั้งหมดหรือสะท้อนพลังงานบางส่วน โดยพลังงานที่สะท้อนกลับไปมาเพื่อให้อิเล็กตรอนใน doped fiber อยู่ในระดับ excited state มากที่สุด
Doped fiber
เป็นไฟเบอร์ที่โด๊ปด้วยธาตุหายาก ธาตุ Yterrbium (Yb) เป็นธาตุที่ถูกนำมาใช้ทำเลเซอร์มากที่สุด สามารถดูดซับพลังงาน ที่ความยาวคลื่น 900-1000nm และปล่อยพลังงานที่ความยาวคลื่น 1000-1100 nm ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่โลหะทั่วๆไปสามารถดูดซับได้ดี
Double-Clad Fiber
ในระบบไฟเบอร์เลเซอร์ /fiber laser ส่วนมาก จะมีการใช้ fiber แบบหุ้ม 2ชั้น ช่วยให้พลังงาน output ออกมามากที่สุด

Pump Laser Diodes
แปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นแสง laser ใช้กระตุ้นธาตุอิเล็กตรอนของ Yb ให้อยู่ในระดับ excited state มากที่สุด ใช้ไดโอดหลายตัวในการเพิ่มพลังงาน ใช้ pump diodesที่ปล่อยพลังงานความยาวคลื่น 900-1000nm เพราะมีราคาที่คุ้มค่าและ Yb สามารถรับความยาวคลื่นช่วงนี้ได้ดี
Pump Laser Combiners
ใช้ในการรวมพลังงานทั้งหมดจาก Pump Laser Diodes หลายตัว
Fiber Bragg gratings
เป็นสิ่งที่ใช้ในการบล็อกหรือสะท้อนความยาวคลื่นบางช่วง ทำหน้าที่คล้ายๆกระจก สามารถสะท้อนพลังงานทั้งหมดหรือสะท้อนพลังงานบางส่วนและปล่อยพลังงานที่ให้ผ่านไปได้ ในระบบ fiber laser จะมีBragg gratings 2 จุด คือจุดต้นทาง เป็นจุดที่จะให้สะท้อนกลับหมด จุดปลายทางเป็นจุดที่จะให้สะท้อน90% ผ่านออกไปยังoutput 10% การสะท้อนกลับไปมาเพื่อให้มีการเร่งให้อะตอมอยู่ในขั้น excited state ให้มากที่สุด
ข้อดีเมื่อเทียบกับระบบ CO2 Laser
- ความยาวคลื่นสั้นกว่า (1.06 µm vs 10.6 µm): โลหะสะท้อนแสง เช่น อลูมิเนียม ทองเหลือง และทองแดง สามารถดูดซับพลังงานของไฟเบอร์เลเซอร์ได้ดีกว่า ส่งผลให้ตัดได้เร็วกว่า
- ไม่ใช้ระบบกระจกสะท้อน (No Mirror Alignment): ลำแสงวิ่งผ่านสายไฟเบอร์ทั้งหมด จึงไม่ต้องคอยตั้งศูนย์กระจก ลดปัญหาเครื่องหยุดทำงาน (Downtime)
ในอุตสาหกรรมแปรรูปโลหะ แหล่งกำเนิดไฟเบอร์เลเซอร์ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรหลักๆ ดังนี้
- เครื่องตัดไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser Cutting Machine)
- เครื่องตัดท่อไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser Pipe Cutting Machine)
- เครื่องเชื่อมไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser Welding Machine)
- เครื่องล้างผิวโลหะไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser Cleaning Machine)
- เครื่องมาร์คไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser Marking Machine)
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลักการเบื้องต้นของไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser)
Q: หลักการเบื้องต้นของไฟเบอร์เลเซอร์ (Fiber Laser) แตกต่างจาก CO2 เลเซอร์อย่างไร?
A: ไฟเบอร์เลเซอร์สร้างและส่งกำเนิดลำแสงผ่าน สายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) ที่มีการโดปสารสะท้อนแสง ทำให้มีความยาวคลื่นสั้นกว่า (ประมาณ 1.06 ไมครอน) ถูกดูดซับโดยเนื้อโลหะได้ดีกว่า จึงตัดโลหะได้เร็วกว่า ประหยัดพลังงานมากกว่า และไม่มีระบบกระจกสะท้อนที่ต้องคอยปรับตั้งศูนย์เหมือนระบบ CO2 เลเซอร์
Q: แหล่งกำเนิดแสง (Laser Source) ในระบบไฟเบอร์เลเซอร์ทำหน้าที่อะไร?
A: ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานแสงเลเซอร์คุณภาพสูง โดยใช้ไดโอดส่งพลังงานปั๊มแสงเข้าไปกระตุ้นอนุภาคของธาตุหายาก (เช่น Ytterbium) ที่ฝังอยู่ในสายใยแก้วแกนกลาง เพื่อขยายกำลังและสร้างลำแสงที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงส่งต่อไปยังหัวตัดหรือหัวเชื่อม
Q: ทำไมไฟเบอร์เลเซอร์จึงสามารถตัดโลหะสะท้อนแสง (เช่น ทองแดง และทองเหลือง) ได้ดีกว่า?
A: เนื่องจากความยาวคลื่นของไฟเบอร์เลเซอร์สั้นกว่าระบบ CO2 ถึง 10 เท่า ทำให้วัสดุกลุ่มโลหะเงิหรือสะท้อนแสงสูง เช่น ทองแดง ทองเหลือง และอลูมิเนียม สามารถดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดีกว่ามาก ช่วยลดความเสี่ยงจากการสะท้อนกลับไปทำลายหัวตัด และได้รอยตัดที่เรียบเนียนกว่า
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Laser Lab Source – Fiber Laser Basics and Design Principles





